รู้จักตลาดสินเชื่อ

รู้จักตลาดสินเชื่อ

รู้จักตลาดสินเชื่อ ทำให้อำนาจต่อรองอยู่ในมือคุณ

   สถานการณ์ตลาดการเงิน สินเชื่อเงินสดถือว่ามีการแข่งขันที่สูง และยังมีแนวโน้มการแข่งขันที่จะยังคงดุเดือนและเข้มข้นไม่แพ้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลแบบอื่นๆ เลย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วยิ่งเศรษฐกิจมีการเจริญเติบโตและมีการแข่งขันกันมาเท่าไหร่ ยิ่งทำให้บรรดาธนาคารหรือสถาบันการเงิน หรือบรรดาผู้ประกอบการต่างก็งัดกลยุทธ์ทางการตลาด หรือเรียกลูกค้าที่มีความต้องการสินเชื่อเงินสดด้วยการเสนอแคมเปญกระตุ้นยอดขายออกมาอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งบ้านเราปัญหาการเมือง คลี่คลาย สถาบันการเงิน ทั้งที่ใช่ธนาคารและไม่ใช่ธนาคารหรือ Non-Bank ก็เริ่มหันหน้ากลับมารุกตลาดสินเชื่อเงินสดกันอีกครั้ง และแห่แหนประโคมแผนธุรกิจเฉพาะสินเชื่อเงินสดด้วยซ้ำไป ซึ่งข้อดี ข้อได้เปรียบก็น่าจะตกไปอยู่กับลูกค้า แต่หากในแง่ของการแข่งขัน ผู้ประกอบการในปีนี้ ก็คงต้องต่อสู้ ช่วงชิงกันต่อไป มิหนำซ้ำ ยิ่งต้องเผชิญความท้าทายการทําตลาดมากขึ้นด้วย

สินเชื่อเงินสดของสถาบันการเงินแต่ละที่ ต่างก็หนีคู่แข่งที่นอกจากจะออกโปรโมชั่นแล้ว ก็ยังเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต่างๆ กัน เพื่อจะได้รู้ว่าเซกเม้นท์ไหนเป็นของใคร อาทิเช่น สินเชื่อเงินสดทันใจของธนาคารกสิกรไทยจะลงไปเล่นกับกลุ่มผู้มีรายได้ต่อเดือนตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป วงเงินกู้สูงสุด 3 เท่าของรายได้ หรือสูงสุด 1.5 ล้านบาท, สินเชื่อเงินสดอิออนเน้นลูกค้าที่มีรายได้ต่อเดือนตั้งแต่ 7,000 บาทขึ้นไป วงเงินสูงสุด 1,000,000 บาท, สินเชื่อเงินสดกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์คลุกคลีกับกลุ่มผู้มีรายได้ต่อเดือนตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป, สินเชื่อเงินสดยูเมะพลัสเน้นผู้มีรายได้ต่อเดือนตั้งแต่ 7,000 บาทขึ้นไป เป็นต้น

หากย้อนไปเมื่อสี่ห้าปีก่อนในช่วงที่ประเทศเกิดภาวะการเงินไม่สู้ดี ส่งผลให้ผลประกอบการของบรรดาธนาคารพาณิชย์ของไทยต่างได้รับผลกระทบถ้วนหน้า แต่ธุรกิจสินเชื่อเงินสดกลับมีอัตราเติบโต กว่าร้อยละ 10 เพราะลูกค้ามีความต้องการใช้เงิน

สำหรับแคมเปญที่ธนาคารหรือผู้ให้บริการสินเชื่อเงินสดหามาล่อตาล่อใจลูกค้า เช่น เสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษ หรือฟรีค่าธรรมเนียมในการขอ ที่ปกติจะมีการคิดที่ร้อยละ 0.5 ของวงเงินที่ได้รับอนุมัติ การลดแลกแจกแถมของขวัญของกำนัล อีกทั้ง ผู้ควบคุมดูแลธนาคาร คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังมีการดำเนินงานที่เอื้อให้ผู้ประกอบการหรือผู้ให้บริการสินเชื่อที่ไม่ใช่ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อในวงเงินที่เกินกว่า 5 เท่าของเงินเดือนได้

สินเชื่อเงินสดมีความคล่องตัวในการสมัครเพราะไม่ต้องมีอะไรมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารพาณิชย์ หรือ Non-Bank ก็ตาม และทั้งสองสถาบันต่างก็มุ่งความสําคัญไปที่การแข่งขันด้านราคา การให้บริการ และการเข้าถึงตัวลูกค้า ด้วยเหตุผลเดียวกันคือ ได้ส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้นมาครอง แต่ต่อให้รุกขนาดไหน ธนาคารหรือผู้ให้บริการก็ยังคงไม่ผลีผลามหรือรีบตะครุบลูกค้าจนเกินไป เพราะก็ต้องแบกรับความเสี่ยงเรื่องหนี้ จึงทำให้การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อเงินสดของผู้ประกอบการยังต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ และระมัดระวัง (แต่ก็ไม่หวาดระแวง) โดยส่วนใหญ่แล้วสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (Non-Bank) จะอนุมัติง่ายกว่า อ้างอิงกับภาวะเศรษฐกิจที่ว่า เมื่อใดที่เศรษฐกิจดี ผู้บริโภคจะมีรายได้มั่นคงกว่า นี่ก็เป็นตัววัดคร่าวๆ ตัวหนึ่ง นอกจากนี้ ผู้ให้บริการก็อาจพิจารณาจากหน้าที่การงานของผู้ขอ หรือดูว่าผลประกอบการมีความเสี่ยงมากหรือน้อย

แต่ก็ใช้ว่าผู้ให้บริการจะไม่เจอะเจอปัญหาอะไรเลย และปัญหาของผู้ให้บริการมักแบ่งเป็นสองประเด็น คือ เกิดจากลูกค้ามีติดแบลคลิสต์ ทำให้ธนาคารหรือผู้ให้บริการอนุมัติสินเชื่อไม่ได้ และลูกค้าเองไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ หรือมีคาแรกเตอร์ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ และหากเป็นปัญหาระดับกว้างก็ยกตัวอย่างได้แก่ ด้านกฎหมายและการเมือง เช่น นโยบายของภาครัฐ ความมีเสถียรภาพของรัฐบาล กฎระเบียบด้านการเงินการธนาคาร เป็นต้น, ปัจจัย้ด้านเศรษฐกิจ เช่น ภาวะเงินเฟ้อ อัตราการว่างงาน เป็นต้น, ปัจจัยด้านสังคม เช่น การศึกษา ความเชื่อ ความต้องการในการอุปโภคบริโภค, ปัจจัยด้านความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เช่น นวัตกรรมใหม่ๆ เป็นต้น

ในขณะเดียวกัน แม้ตลาดมีการแข่งขันสูงเกิดเป็นโอกาสก็จริง แต่ในโอกาสก็พ่วงมาด้วยความเหนื่อยที่จะต้องเร่งสปีดให้เต็มฝีเท้า ด้วยเพราะจำนวนคู่แข่งในการให้บริการสินเชื่อเงินสดมีมาก และแม้จะมีจำนวนผู้ประกอบการที่เป็นคู่แข่งน้อยรายก็จริง แต่ละรายมีสัดส่วนการถือครองใกล้กันก็ยิ่งแข่งกันแรงไม่ต่างกัน หรือในส่วนของความเหมือนและต่างของผลิตภัณฑ์ ยิ่งผลิตภัณฑ์แตกต่างกันมากการแข่งขันจะน้อย เป็นต้น

แล้วเช่นนี้ ผู้ให้บริการเขาทำอย่างไร ผู้ให้บริการจะใช้กลยุทธ์มุ่งเน้นเจาะตลาด เพื่อเน้นไปที่ตลาดเดิมนั่นแหละแต่เป้าหมายคือการเพิ่มยอดขาย, ใช้กลยุทธ์พัฒนาการตลาด กลยุทธ์นี้เน้นไปที่การเสาะแสวงหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ไปเลย เป้าหมายก็คือเพื่อเพิ่มสวนแบ่งทางการตลาด, กลยุทธ์พัฒนา ผลิตภัณฑ์ เป็นการเพิ่มส่วนแบ่งจากการปรับและเติมความใสให้ผลิตภัฑณ์ใหม่ หรือ New product

ทั้งหมดทั้งสิ้น เพื่อบอกให้ทราบว่าการรับรู้ภาพของตลาดไว้บ้างในฐานะลูกค้า ทำให้เรามีอำนาจการต่อรองอยู่ในมือ และจากการที่ผู้ให้บริการสินเชื่อเงินสดเขาแข่งขันกันมากมาย นั่นก็เพราะผู้ให้บริการต่างรู้อยู่เต็มอกว่า อำนาจเองก็อยู่ที่ลูกค้า การจะตัดสินใจอย่างไรขึ้นอยู่กับการจรดปลายปากกาของลูกค้าเท่านั้นจริงๆ เรา.. ในฐานะลูกค้าจึงมีสิทธิ์เลือกอย่างดี เพื่อตอบโจทย์ของตัวเองให้มากที่สุด