ผู้ให้บริการสินเชื่อเงินสด

ผู้ให้บริการสินเชื่อเงินสด

ผู้ให้บริการสินเชื่อพิจารณาอะไรเมื่อเราไปขอสินเชื่อ

เมื่อเอ่ยถึงคำว่าสินเชื่อ คนทั่วไปจะนึกถึงตัวเงินที่เราไปดำเนินการขอจากธนาคารหรือผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน หรือ Non-Bank และจะต้องจัดทำสัญญาระหว่างธนาคารหรือผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงินกับผู้ขอสินเชื่อ ทั้งนี้ในสัญญาจะกำหนดเงื่อนไข และเวลาการชำระคืน

สินเชื่อหลักๆ แล้วจะมีส่วนประกอบหลักๆ ในสี่ส่วนคือ ความเชื่อถือ การแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ ความเสี่ยง ระยะในอนาคต และเมื่อกล่าวถึงสินเชื่อ เราสามารถจำแนกตามรูปแบบการให้บริการ โดยมี 2 ชนิด คือ 1) สินเชื่อเกี่ยวกับสินค้าและบริการ โดยจะเป็นการซื้อสินค้าและบริการไปก่อน และไม่ได้มีการจ่ายเป็นเงินสดในขณะนั้น พูดง่ายๆ คือ ใช้ก่อนผ่อนทีหลัง แต่ทว่าก็จะมีการกำหนดเวลาเพื่อชำระเงินที่เอาไปใช้คืนตาม และ 2) สินเชื่อเงินสด เป็นการขอยืมเงินสดเพื่อการใช้จ่ายตามความต้องการ ตามวัตถุประสงค์ของผู้ขอ โดยผู้ขอจะได้รับเงินสดจำนวนหนึ่งตามตกลงว่าจะใช้เพื่อการใด เช่น จะนำไปเพื่อการลงทุน จะนำไปเพื่อการซื้อทรัพย์สินถาวร เป็นต้น แต่หากกล่าวกันจริงๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อรูปแบบใด ต่างก็เพื่อทำให้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น ทำให้วิถีการดำรงชีวิตง่ายขึ้น

แล้วขั้นตอนของการมีสินเชื่อเงินสด เริ่มจากอะไร.. เริ่มจากธนาคารหรือผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงินเสนอสินค้าหรือบริการ ซึ่งจะเรียกว่าผู้ให้สินเชื่อ (Creditor) ในที่นี้จะหมายถึงเงินสดให้กับลูกค้า ซึ่งจะเรียกว่าผู้ขอสินเชื่อ (Debtor)และจัดทำสัญญาว่าจะมีการชำระหรือจ่ายค่าสินค้าหรือบริการคืนในอนาคตข้างหน้า โดยจะมีการกำหนดจำนวนชำระคืนรายงวดๆ ละเท่าๆ กัน เป็นเวลากี่เดือนกี่ปี

แต่จากผลพวงของสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ชัดเจน หรือมีความผันผวนสูง ธนาคารหรือผู้ให้บริการสินเชื่อเงินสดจำต้องคัดเลือกลูกค้าให้ได้มาซึ่งลูกค้าคุณภาพ เพื่อลดระดับหนี้เสียลง และปิดรูโหว่ในช่วงเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ขยับตัวเลย ซึ่งแม้จะมีการคัดกรองลูกค้าบ้าง เรียกว่าเป็นการ ขยายตัวอย่างระมัดระวังจะเหมาะกว่า ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะในสภาพการณ์เศรษฐกิจเป็นอย่างไร จะปกติหรือผิดปกติ ธนาคารหรือผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงินเขาพิจาณาแฟคเตอร์อะไรบ้างเพื่อพิจารณาอนุมัติสินเชื่อเงินสด

แบ่งอย่างชัดเจน..เริ่มต้นตั้งแต่การกำหนดออกมาเป็นมาตรการหรือนโยบายเลยว่าธนาคารและ Non-Bank จะแบ่งประเภทของสินเชื่อเงินสดไว้ว่าควรและไม่ควรพิจารณาให้ใคร หรือธุรกิจประเภทใด หรือแบ่งว่าควรให้ใครในอัตราส่วนเท่าไหร่ หรือให้วงเงินมากน้อยขนาดไหน เป็นการกำหนดสัดส่วนให้ชัดเจนเลยว่าใครคือคนที่เป็นจุดอ่อนของธนาคารและ Non-Bank ผู้ให้สินเชื่อ จุดอ่อนที่ว่าหมายถึงอาจไม่ได้รับชำระหนี้คืน และหากพบจุดอ่อน ธนาคารหรือผู้ให้บริการจะต้องมีการกำหนดมาตรเพื่อแก้ไขปัญหา โดยอาจกำหนดมาตรการการประนอมหนี้กรณีเกิดปัญหาขึ้น ทั้งนี้ มาตรการต้องใช้อย่างถูกเหมาะสม รวดเร็ว ตอบโจทย์ทั้งคนให้และคนรับ

ดูที่ความเสี่ยง .. เมื่อลูกค้ากรอกเอกสารขอสินเชื่อเงินสด เจ้าหน้าที่จะทำการเก็บข้อมูล รวบรวมข้อมูลของลูกค้า เจ้าหน้าที่จึงจะกำหนดวงเงินและเงื่อนไขของสินเชื่อเงินสดให้กับผู้ขอ ซึ่งการกำหนดจำนวนเงินของสินเชื่อเงินสดจะเป็นตัวสะท้อนระดับความไว้เนื้อเชื่อใจที่ธนาคารหรือผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงินมีต่อผู้ขอ หากผู้ขอเป็นเจ้าของกิจการ ผู้ที่จะดูแลความเสี่ยงตรงนี้ จะดูถึงผลประกอบการหรือผลตอบแทนจากการดำเนินธุรกิจ หรือ กิจการ ว่าจะมีกำไรหรือขาดทุน และกำไรหรือขาดทุนมากน้อยเท่าไหร่ ระดับใดที่เรียกว่าขาดทุนแต่ยังยอมรับได้ และจะประเมินได้ว่าจะเป็น Safe Customer หรือลูกค้าที่มีความเสี่ยงน้อยหรือไม่ นี่เองจึงเป็นที่มาของคำว่า ผู้จัดการสินเชื่อ หรือ Credit Manager ซึ่งโดยทั่วไปแล้วธนาคารหรือผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงินจะใช้หลักเกณฑ์การพิจาณาให้สินเชื่อเงินสดต่างกันไป แต่อยู่บนหลักการพื้นฐานเดียวกัน คือ 5Cs บวก 3Ps นั่นคือ

5Cs.. ได้แก่ ข้อคุณสมบัติของลูกค้า (Character) ที่มาขอสินเชื่อเงินสด (เช่น ที่อยู่, ลักษณะงานที่ประกอบอาชีพ,ฐานะทางสังคม,สถานะ เช่น สมรสหรือโสด) , เงินทุนของลูกค้า (Capital) เช่น สินทรัพย์ที่เป็นการซื้อมา, สินทรัพย์และเงิน, หรือการครอบครองกรรมสิทธิในสินทรัพย์ถาวร) , ศักยภาพในการชำระหนี้ของลูกค้า (Capacity) (เช่น ลักษณะงาน ความมั่นคงของงาน, สุขภาพเป็นอย่างไร, หนี้สินเป็นเช่นไร), หลักทรัพย์ค้ำประกัน (Collateral) ของลูกค้า (เช่นสินทรัพย์ที่มีความคงทนถาวรและบุคคล) และ ปัจจัยแวดล้อม (Condition) ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ (เช่น สภาพการเมือง สภาพเศรษฐกิจ : Economic Condition) สภาพสังคม)

ส่วน 3Ps ได้แก่ Purpose คือวัตถุประสงค์การขอสินเขื่อเงินสด, Payment คือ ความเป็นไปได้ในการชำระคืนหนี้ , Protection คือ การป้องกันความเสี่ยง

นอกจากนั้น ยังมีส่วนเสริมหรือปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อซึ่งจะกระทบก็ต่อเมื่อมีระยะเวลาในการชำระคืนนาน เพราะช่วงเงินเฟ้อผู้ให้บริการจะต้องแบกรับภาระอันเนื่องมาจากค่าของเงินลดลงกว่าตอนที่ผู้ขอสินเชื่อเงินสดใช้เงินไป

ในสถานการณ์ที่ต้องใช้เงินสด สินเชื่อเงินนับเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ใช่ว่าจะได้รับการอนุมัติทุกราย การรู้ว่าธนาคารหรือผู้ให้บริการมีหลักคิด หลักพิจาณาอนุมัติเช่นไร ทำให้ผู้ขอสินเชื่อเงินสดมีอำนาจต่อรองมากกว่า และยังทำให้วางแผนการขอสินเชื่อเงินสดได้อย่างแยบยลกว่า ต่อให้เงินนั้นไม่ใช่เงินก้อนโตก็ตาม แต่ขึ้นชื่อว่าเงิน จะเครดิต จะสินเชื่อ จะเงินกระดาษ ก็คืออำนาจในการใช้จ่ายอยู่นั่นเอง