สินเชื่อเงินสดดีอย่างไร

สินเชื่อเงินสดดีอย่างไร

   การทำสินเชื่อบุคคลประเภทหนึ่งที่เราหลายๆคนให้ความสนใจ และกำลังเป็นที่นิยมกันมาก คือการทำสินเชื่อเงินสด การที่เราต่างให้ความสนใจทำสินเชื่อเงินสดกันมากขึ้นนั้นคือ สินเชื่อเงินสดนั้นอยู่ในรูปของสินเชื่อบุคคลที่ออกมาในรูปของบัตรวีซ่า และในที่นี้ยังรวมไปถึงพวกบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดอีกด้วย

ในการที่เราตัดสินใจทำสินเชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบัตรเป็นเรื่องที่คิดหนักของหลายๆคน เพราะไม่แน่ใจตัวเองว่าควรจะทำบัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดดี เนื่องจากบัตรทั้งสองใบก็ให้คุณประโยชน์ที่แตกต่างกัน บัตรเครดิตนั้นสามารถที่จะทำการรูดบัตรเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการได้และยังสามารถกดเงินสดออกมาใช้ได้ แต่จะมีอัตราดอกเบี้ยที่จากการกด 3% ของวงเงินที่ถอน และดอกเบี้ยที่ถอนเงินสดออกมาอีกด้วย เพราะบัตรเครดิตไม่ได้ถูกออกแบบมาให้กดเงินสด แม้จะสามารถกดเงินสดได้ก็ต้องรับภาระดอกเบี้ยจากการใช้ผิดประเภท แต่ในขณะที่บัตรกดเงินสดไม่สามารถใช้ชำระค่าสินค้าได้ นอกจากกดเงินสดออกมาใช้ ซึ่งก็คือเงินสดล่วงหน้านั้นเอง

ในการทำสินเชื่อเงินสดนี้มีข้อแตกต่างจากบัตรทั้งสองชนิดที่ว่ามาดังนี้

สินเชื่อเงินสดนั้นมีข้อดีอยู่ที่ข้อแรกคือ มีหลักการชำระหนี้ที่แน่นอน กำหนดระยะเวลาหมดหนี้ที่แน่นอนในลักษณะของสินเชื่อบุคคลทั่วไป ทำให้เราสามารถวางแผนการชำระหนี้ได้อย่างเป็นระบบ

ข้อดีข้อต่อมาของสินเชื่อเงินสดคือ ถ้าเป็นสินเชื่อบุคคลทั่วๆไปจะได้เป็นเงินก้อนเช้าบัญชีอย่างเดียว แต่สินเชื่อเงินสดจะออกมาในรูปของบัตร และเป็นการให้เงินฉุกเฉินเพียงส่วนเดียวก่อน แล้วจะมียอดเงินกลับเข้าบัตรเพิ่มขึ้นหลังจากที่เราชำระหนี้เข้าไป

ข้อดีอีกข้อของสินเชื่อเงินสดคือ จะต่างจากบัตรกดเงินสดที่สามารถใช้กดเงินสดก็ได้ ใช้รูดซื้อสินค้าแบบบัตรเครดิตก็ได้ ซึ่งบัตรกดเงินสดนั้นไม่มีในข้อนี้ แต่สินเชื่อเงินสดกับบัตรกดเงินสดเหมือนกันตรงที่จะไม่มีค่าธรรมเนียมในการกดเงินสดเหมือนกัน

ส่วนข้อเสียของสินเชื่อเงินสดก็มีอยู่ที่ การชำระหนี้ที่เมื่อชำระครบตามกำหนดแล้วหนี้ในส่วนสินเชื่อบุคคลจะหมดแต่จะไปอยู่ในบัตรแทน หากเราไม่มีวินัยในการใช้เงินอาจยุ่งยากได้เพราะการใช้เงินในบัตรนี้จะออกมาในรูปของบัตรกดเงินสดกับบัตรเครดิตแทน คืออาจพูดได้ว่ามีหนี้อยู่ตลอดเวลานั่นเอง

สินเชื่อเงินสดนั้นเมื่อนำมาเทียบกับบัตรกดเงินสดแล้ว บัตรกดเงินสดจะมีความต่างอยู่ที่ จะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต คือ 20% - 28% ต่อปี หากมีการชำระคืนล่าช้า หรือชำระแบบขั้นต่ำ โดยในส่วนของการคิดอัตราดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดจะมีวิธีการคิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกสูงสุด ไม่เกิน 28% ต่อปี ทุกสถาบันการเงิน ทั้งนี้แต่ละสถาบันการเงินจะทำการกำหนดอัตราสำหรับดอกเบี้ยไว้ในรายอัตรา โดยการแบ่งไปตามฐานรายได้ของเรา และการคิดอัตราดอกเบี้ยแบบรายวัน สินเชื่อเงินสดนั้นคิดดอกเบี้ยตามหลักของสินเชื่อบุคคล

จากที่ได้รับทราบข้อมูลที่น่าสนใจของสินเชื่อเงินสดแล้ว การสมัครสินเชื่อเงินสดนั้นถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อย ดังนั้นหลายๆคนที่สนใจสินเชื่อเงินสดก็ไม่อยากจะพลาดในการสมัคร วันนี้เลยนำเทคนิคในการสมัครแล้วโอกาสผ่านได้สูงมาฝากให้ได้เก็บไว้เป็นข้อมูลความรู้กันด้วย

ข้อแรกและเป็นข้อที่สำคัญอย่างยิ่งคือเราต้องดูความพร้อมของตนเองก่อนที่จะสมัคร เราต้องทราบว่าต้องการจะสมัครไปเพื่ออะไร หากต้องการสมัครเพื่อเป็นวงเงินสำรองในกรณีฉุกเฉิน หรือไว้เสริมสภาพคล่องในธุรกิจก็เป็นเรื่องที่สามารถสมัครได้ แต่หากต้องการสมัครเพื่อที่จะนำเงินสดมาใช้จ่ายไปกับสิ่งของที่ไม่จำเป็นก็ไม่เหมาะที่จะสมัครเพราะมันจะเป็นการสร้างหนี้ให้กับตนเองโดยไม่เกิดประโยชน์

ข้อต่อมาคือตรวจสอบอัตราเงินเดือนของเราให้ดีเพรามะมันเป็นสิ่งแรกที่สถาบันการเงินจะพิจารณาเพื่ออนุมัติสินเชื่อให้กับเรา มีข้อสังเกตอยู่ว่าหากสถาบันการเงินกำหนดขั้นต่ำของเงินเดือนที่ 15,000 บาท จริงๆแล้วฐานเงินเดือนเราถ้าจะให้เหมาะควรจะสูงกว่านั้นสักหน่อยจะมั่นใจกว่า เพราะธนาคารเขาจะมองถึงความสามารถในการชำระหนี้ด้วยเช่นกัน การที่เงินเดือนสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำความสารถในการชำระหนี้จะสูงกว่าแน่นอน

การขอสินเชื่อเงินสดนั้นสิ่งที่สถาบันการเงินจะพิจารณาเป็นอันดับต่อมานั้นก็คืออายุการทำงาน เนื่องจากจะเป็นเสมือนตัวยืนยันว่าเรามีงานทำที่มั่นคงไม่มีโอกาสตกงาน เพราะถ้างานไม่มั่นคงโอกาสที่หนี้สินเงินกู้มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นหนี้เสียได้

การขอสินเชื่อเงินสดนั้นสิ่งสุดท้ายที่สถาบันการเงินจะตรวจสอบและเป็นสิ่งที่สำคัญเช่นเดียวกัน นั้นก็คือประวัติการชำระหนี้สินอื่นๆ ทางสถาบันการเงินจะตรวจสอบว่าคุณมีสินเชื่อที่กำลังชำระอยู่หรือไม่ หากมีประวัติค้างชำระหรือแม้แต่มีการชำระขั้นต่ำเป็นเวลานาน ทางสถาบันการเงินก็จะปฏิเสธการสมัครสินเชื่อของเราแน่นอน

จากที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ไม่ว่าสินเชื่อเงินสดจะมีข้อต่างกับบัตรกดเงินสดอย่างไร แต่ข้อดีต่างๆเหล่านั้นจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับเราก็ต่อเมื่อเราขอสินเชื่อนั้นมาให้ตรงกับจุดประสงค์ที่เราจะใช้งานนั่นเอง